สธ. แจงขั้นตอนละเอียดยิบ เผาศพโควิด อุณหภูมิสูงเชื้อไม่หลุดออกมา ชี้สัปเหร่อไม่จำเป็นต้องสวมPPE

สธ.แจงขั้นตอนฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากโควิด ยันเหมาะสมตามมาตรฐาน เผาในอุณหภูมิสูงไม่มีเชื้อหลุดออกมา แนะสัปเหร่อไม่จำเป็นต้องสวมPPE

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวประเด็นการ “ฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากโควิด-19” ว่า จากประเด็นการเผยแพร่ว่าวัดบางแห่งมีเตาเผาศพร้าว ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงมอบหมายให้ทาง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมอนามัยดำเนินการร่วมกัน ซึ่งทางกรมมีกองวิศวกรรมการแพทย์ร่วมกับวิศกรอาสา ประสานไปที่สำนักพุทธศาสนา เพื่อลงไปตรวจสอบ เป้าหมายเป็นวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นททบุรี และปทุมธานี รวม 189 แห่ง ตรวจสอบแล้ว 31 แห่ง พบว่า มี 4 แห่งที่ขณะนี้หยุดทำการเผาศพชั่วคราว เนื่องจากใกล้ชุมชน ไม่สะดวกเพราะมีผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูล พบว่าวัดส่วนใหญ่มีศักยภาพในการเผาวันละประมาณ 2-4 ศพ ขึ้นอยู่กับชนิดของเตา โดยกรุงเทพมหานคร มีวัด 92 แห่ง ในภาวะปกติเผาได้เฉลี่ยวันละ 184 ศพ ภาวะวิกฤตเพิ่มได้เป็น 368 ศพ นนทบุรี วัด 42 แห่ง ภาวะปกติเผาได้วันละ 84 ศพ ภาวะวิกฤต 168 ศพ และปทุมธานี วัด 55 แห่ง ภาวะปกติเผาได้วันละ 110 ศพ ภาวะวิกฤต 220 ศพ ตรงนี้เราให้ความมั่นใจว่า กรณีที่มีผู้เสียชีวิตจะมีที่สามารถฌาปนกิจได้อย่างเหมาะสมตามมาตรฐาน

นายแพทย์ธเรศ กล่าวอีกว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ทำระบบ GIS วัดเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพื่อให้ตรวจสอบสถานที่ใกล้เคียงได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผาในบางวัดมากเป็นพิเศษ เราจึงทำข้อมูลดังกล่าวให้สถานพยาบาลและพนักงานการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้ญาติกระจายไปวัดต่างๆ เพื่อลดภาระงานและเพื่อให้เตาเผาใช้งานได้นานขึ้น สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ที่ THAI Stop COVID-19 และเว็บไซต์ของกรมอนามัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นอกจากนี้ทางกรมได้หาข้อมูลบริษัทผลิตและจำหน่ายเตาเผาศพ 7 บริษัทที่สามารถติดตั้งและใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 7-14 วันในการติดตั้งและมีสต๊อกเพียงพอ ดังนั้น ส่วนที่มีปัญหา ทางกรมกับสำนักพุทธศาสนาก็จะร่วมกันเข้าไปดำเนินการ

ด้าน นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 การบรรจุศพในถึงซิปล็อก ฆ่าเชื้อ และซีล 2 ชั้นให้สนิท นำขึ้นยานพาหนะส่งไปยังวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งกรณีที่เป็นการเผาในเมรุนั้นส่วนใหญ่เตาใน กทม. ปริมณฑล มี 2 หัวเผา ห้องแรกเผาศพอุณหภูมิ 760 องศาเซลเซียส ส่วนห้องที่ 2 เป็นการเผาควัน อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 1,000 องศาฯ เพื่อกำจัดสารไดออกซิน และสารก่อมลภาวะในชั้นบรรยากาศ ซึ่งขั้นตอนการเผาเน้นย้ำว่าไม่ให้มีการเปิดประตูเผาศพ ไม่ให้เขี่ยหรือพลิกศพเหมือนในอดีต เพราะจะทำให้ 1.อุณหภูมิเตาเผาลดลง 2.อาจจะเกิดการฟุ้งกระจายได้ สำหรับการเก็บเถ้ากระดูกนั้นขอยืนยันว่าเชื้อทุกประเภทตายหมด ดังนั้นการเผาในอุณหภูมิสูงก็มั่นใจได้ ไม่มีเชื้อโควิดออกมา ส่วนสัปเหร่อที่ต้องสวมชุด PPE โดยข้อเท็จจริง ศพ หรือโลงศพส่งมาจากโรงพยาบาล ซึ่งเราไม่ได้สัมผัสเอง ก็ไม่จำเป็นต้องสวม PPE แต่เมื่อกลับบ้านแล้วให้ถอดเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผมทันที เพื่อป้องกันกรณีอาจจะมีการสัมผัสมาจากส่วนอื่นมากกว่า

ส่วนกรณีหลายวัดไม่กล้าให้บริการนั้น อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อย่างที่นำเรียนว่ากระบวนการบรรจุศพนั้นมีการซีลอย่างดี ไม่ให้รั่วซึมของสารคัดหลั่งหรือของเหลวต่างๆ โอกาสรั่วซึมจึงมีน้อยมาก ดังนั้นวัดสามารถฌาปนกิจได้ตามปกติ จุดสำคัญคือย้ำว่าไม่ให้ญาติ หรือผู้เกี่ยวข้องไปเปิดถุงซิป หรือแตก เพราะจะทำให้ของเหลว หรือสารคัดหลั่งซึมออกมา และอาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ ดังนั้นถ้าฝังต้องฝังทั้งถุง และโลงบรรจุศพ ซึ่งเมื่อฝังแล้วเชื้อจะตายไปเอง เพราะธรรมชาติของเชื้อไวรัสจะมีอยู่ได้ในคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนที่ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว เชื้อจะอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น 2-3 วันเชื้อก็ตายไปด้วย

 

ข่าวอื่นๆ

MEA ย้ำมาตรการควบคุมบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ลดผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบริเวณก่อสร้าง