ไม่รอด!”ดาบตำรวจ” หัวร้อนโชว์กร่าง เจอข้อหาหนัก อีกคนก็โดนด้วยซวยซ้ำพบติดโควิดอีก

ไม่รอด!"ดาบตำรวจ" หัวร้อนโชว์กร่าง เจอข้อหาหนัก อีกคนก็โดนด้วยซวยซ้ำพบติดโควิดอีก

หลังจากเกิดเหตุสุดอุกอาจกลางถนน เป็นเหตุการณ์ชาย 2 คน ขับกระบะป้ายแดงชนรถเก๋งซีวิคจนประสบอุบัติเหตุ บริเวณก่อนถึงแยกประเวศ กทม. จากนั้นผู้ก่อเหตุขึ้นไปบนหลังคารถของผู้เสียหาย และใช้มีดฟันไปที่รถหลายครั้ง สุดท้าย “จบด้วยดี” เพราะบังเอิญ “ดาบตำรวจหัวร้อน” กับคนขับเก๋ง เคยซื้อขายปลาคาร์พกัน ส่วนคนถือมีดติดโควิด ล่าสุด ผกก.สภ.บางปู ตั้ง 2 ข้อหาดาบตำรวจพร้อมสั่งดำเนินการทางวินัย

จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอ เป็นภาพเหตุการณ์ชาย 2 คน ขับกระบะป้ายแดงชนรถเก๋งซีวิคจนประสบอุบัติเหตุ บริเวณก่อนถึงแยกประเวศ กทม. จากนั้นผู้ก่อเหตุขึ้นไปบนหลังคารถของผู้เสียหาย และใช้มีดฟันไปที่รถหลายครั้ง ขณะเดียวกันยังมีชายหัวเกรียนอีกรายถืออะไรบางอย่างในมือคล้ายปืน ตรงเข้าไปที่รถผู้เสียหายด้วย โดยโลกออนไลน์ยังเผยข้อมูลอ้างว่าคนขับรถกระบะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด พันตำรวจเอก เอกพิสุทธ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.บางปู เปดเผยความคืบหน้า ว่าหลังจากมีการตรวจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น บุคคลที่ยืนคุมเชิงดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางปู จริงชื่อ ด.ต.อดิสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ทำหน้าที่สิบเวร ฝ่ายป้องกันปราบปราม ของ สภ.บางปู จากการสอบถามทราบว่าวันเกิดเหตุไม่ได้เข้าเวรปฎิบัติหน้าที่ จึงได้เดินทางไปธุระกับน้องชาย และเกิดเหตุการณ์ขึ้นตามคลิปโดยมีสาเหตุมาจากการขับรถปาดหน้ากัน

สำหรับเหตุการณ์ ทั้งหมดเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 18.00 น.หลังมีการแชร์ภาพต่อ ๆ กัน ทางตำรวจได้สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ และติดตามตัวผู้ขับรถยนต์ทั้งสองคัน มาสอบสวนข้อเท็จจริง ทราบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ คือ ด.ต.อดิศร อายุ 44 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป. สภ.บางปู จว.สมุทรปราการ คนขับขี่รถยนต์ฟอร์ด สีเทา มีนายชาครินทร์ อายุ 38 ปี เป็นคนนั่งท้ายรถกระบะฟอร์ด และก่อเหตุใช้มีดตีและฟันรถซีวิค ส่วนคนขับ รถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีขาว คือ นายนพพร อายุ 46 ปี

จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถยนต์ทั้งสองได้มีการขับปาดหน้ากัน ทำให้ฝั่งรถกระบะไม่พอใจ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ บริเวณถนนอ่อนนุช- ลาดกระบัง (ขาเข้า)ใกล้ยามแยกมาสด้า แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงได้ขับชนรถยนต์ฮอนด้าซิวิค และนายชาครินทร์ ได้ใช้มีดทุบไปที่รถยนต์ฮอนด้าซิวิค ได้รับความเสียหาย ในขณะเดียวกัน ด.ต.อดิศร ลงมาจากรถโดยถืออาวุธปืนพกสั้นติดตัวลงมาด้วย ก่อนจะเห็นว่าคู่กรณี คือ นายนพพร เป็นคนรู้จักกัน จึงได้มีการขอโทษและแยกย้ายกันไป ซึ่งนายนพพร ก็ไม่ได้ติดใจมาแจ้งความหลังจากเกิดเหตุ

พันตำรวจเอก เอกพิสุทธ์ บอกอีกว่า การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดทางอาญาในหลายข้อหา จึงได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด คือ ด.ต.อดิศร ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ส่วน นายชาครินทร์ ถูกดำเนินคดีข้อหา พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันสมควร ฯ ” ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา พนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว ในส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหาย ไม่ประสงค์แจ้งความดำเนินคดีต่อนายชาครินทร์ แต่อย่างใด นอกจากนั้นได้มีการตรวจหาเชื้อโควิด ก็พบว่านายชาครินทร์ ได้ติดเชื้อโควิท 19 ด้วย ส่วน นายนพพร ถูกดำเนินคดีข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก

ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย เนื่องจาก ด.ต.อดิศร เป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ทาง สน.ประเวศ ทำหนังสือรายงานข้าราชการตำรวจต้องหาคดีอาญาให้ทางต้นสังกัดทราบ เพื่อดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จากการตรวจสอบนายชาครินทร์ พบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 274/2563 ลงวันที่ 4 มิ.ย.2563 เป็นหมายจับเนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งศาล จึงได้จับตัวนำส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ข่าวอื่นๆ

MEA ย้ำมาตรการควบคุมบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ลดผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบริเวณก่อสร้าง