เอาจริง! โพสต์คลิปจัดฉากตายกลางถนน โทษหนักคุก 5 ปี วอนอย่าหลงเชื่อ-แชร์ข้อมูลจนกว่าจะตรวจสอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ เผยหากมีการโพสต์คลิปจัดฉากคนตายกลางถนน คุกหนัก 5 ปี วอน อย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อ หรือ แชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ชัดเจน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีมีการแชร์ภาพและคลิปวิดีโอคนเสียชีวิตบนท้องถนน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม ว่ากรณีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ได้โพสต์เตือนประกอบกับคลิปวิดีโอที่ปรากฎเป็นภาพผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ในหลายสถานที่ แต่ปรากฏว่า ผู้เสียชีวิตในหลายคลิปนั้น แต่งกายเหมือนกันและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ก็ได้ถูกส่งต่อข้อมูล หรือ แชร์ไปอย่างแพร่หลายในวงกว้าง ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความหวาดกลัวตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงสถานการณ์ฉุกเฉินและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว รวมถึง ตัวผู้ที่เกี่ยวของทุกราย หากพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ หรือเป็นความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิด หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายต่อไป

1111

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามข่าวปลอม โดยกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ประสานการปฏิบัติกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ในการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือข่าวปลอม (Fake News) จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่โดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์ และเร่งทำการพิสูจน์ทราบ สืบสวนสอบสวน รวมถึงดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น

q0yD3dU74fc028tI 174838

หากตรวจสอบพบว่า เป็นความผิดจริง การกระทำดังกล่าว ในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือ คำสั่งที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ง่าย ก็ขอให้อย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อ หรือ แชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้ชัดเจนก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม เพราะในปัจจุบันนี้ มีข่าวปลอมเกิดขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวอื่นๆ

MEA ย้ำมาตรการควบคุมบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ลดผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบริเวณก่อสร้าง