“หมอธนรักษ์” เผยตัวเลข Work From Home น้อยกว่าปี 63 มั่นใจหากฉีดวัคซีนได้มากขึ้น อาจช่วยให้คลี่คลาย

"หมอธนรักษ์" เผยตัวเลข Work From Home น้อยกว่าปี 63 มั่นใจหากฉีดวัคซีนได้มากขึ้น ช่วยสถานการณ์คลี่คลาย

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิตพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เปิดเผยว่า จากการประเมินการล็อกดาวน์ พื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม 14 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 นี้ ยอมรับว่า ตัวเลขความร่วมมือการหยุดทำงานอยู่ที่อยู่บ้าน หรือ Work From Home น้อยกว่า เดือนเมษายนปี 63 ซึ่งคงเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความล้า ที่มีการติดเชื้อยาวนาน ความร่วมมือของเอกชนที่ทำให้ทำงานที่บ้านน้อยลงกว่าปีที่แล้ว โดยข้อมูลเปรียบเทียบคือ ปีนี้มีการทำงาน Work From Home เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขณะที่ปีที่แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ปีนี้คนออกมาข้างนอกบ้านมากกว่า แม้ออกมาทำงานในที่ทำงานน้อยลงกว่าช่วงปกติ แต่พบว่าการออกมาซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าปีที่แล้ว

นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า การล็อกดาวน์รอบนี้ คนหยุดอยู่บ้านน้อยกว่าปีที่แล้ว ต้องมารอดูอีกครั้งว่า ผลเหล่านี้มีผลต่อการสถานการณ์การหยุดติดเชื้อดีมากขึ้นแค่ไหน รอบนี้คนกังวลการติดเชื้อ แต่เหมือนกับว่าถ้าไม่ใกล้ตัวจริงๆ หรือไม่สัมผัสใกล้ชิดก็จะไม่กังวลมากนัก ขณะนี้สถานการณ์หนักการแพร่ระบาดของโควิด-19 หนักที่สุด เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม ต้องหันหน้าร่วมมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน ร่วมกันเข้าใจและจัดการสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไป การระบาด 2 รอบที่ผ่านมา ประเทศไทยยังผ่านพ้นมาได้เพราะความร่วมมือที่ดี ครั้งนี้ก็เช่นกัน และหากยิ่งมีการเพิ่มปริมาณการฉีดวัคซีนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ก็จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นมาก โดยจะเห็นได้ว่ากรณีต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนได้ถึงร้อยละ 50 ของประชากร พบว่าคนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วแม้จะติดเชื้อบ้าง แต่ก็จะลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยการเสียชีวิต ลดผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาล โดยเฉพาะลดผู้ป่วยไอซียูจากโรคนี้ ซึ่งก็นับว่าเป็นแสงสว่างที่เราเห็นในปลายอุโมงค์ แม้ว่าช่วงนี้จะเกิดความยากลำบากด้านเศรษฐกิจ ด้านรายได้ แต่ในอีกไม่นาน ก็จะฟื้นขึ้นมาได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน