“หมอจุฬาฯ” เผยผลตรวจเกล็ดเลือดหลังรับ “วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า”

วิจัยจากบุคลากร 521 คน ไม่พบความเสี่ยงหลังฉีด AstraZeneca แนะประชาชนไม่ต้องตรวจเกล็ดเลือดหลังฉีดวัคซีน ยกเว้น ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาชา หน้า-ปากเบี้ยว ตามัว หายใจลำบากหรือติดขัด เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรง หรือสงสัยเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดย รศ.นพ.นภชาญ เอื้อประเสริฐ สาขาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ได้เปิดเผยผลการวิจัยตรวจเกล็ดเลือดในผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ความว่า ศึกษาภาวะการเกิดเกล็ดเลือดต่ำที่กระตุ้นให้เกิดหลอดเลือดอุดตันจากภูมิคุ้มกันภายหลังได้รับวัคซีน (Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia : VITT) ในบุคลากรที่ได้รับวัคซีนAstraZeneca ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 521 คน พบว่า

1.ไม่พบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ในผู้รับวัคซีน AstraZeneca ทั้ง 521 คน

2.ไม่พบการเพิ่มขึ้นของการสร้างแอนติบอดีต่อเกล็ดเลือด (pathogenic anti-platelet factor 4 antibody) ที่นำไปสู่ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และหลอดเลือดอุดตัน

3.ไม่พบหลักฐานการกระตุ้นระบบการแข็งตัวของเลือดจากการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (D-Dimer)

คำแนะนำจากแพทย์ ประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องตรวจเกล็ดเลือดหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca ยกเว้นผู้ที่มีอาการสงสัยเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันเท่านั้น เช่น ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาชาหรืออ่อนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัว เห็นภาพซ้อน เหนื่อยง่าย หายใจลำบากหรือติดขัด เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรง ขาบวมแดงหรือซีดเย็น เป็นต้น สามารถพบแพทย์ได้ทันที

zIuoJao1 1

ข่าวเด่นล่าสุด