นักเทคนิคการแพทย์ ชี้ลักษณะโควิดสายพันธุ์ “เดลต้า” หากทำ Swab ทุกครั้งจะมีเลือดออกมาด้วย

นักเทคนิคการแพทย์ ชี้ลักษณะโควิดสายพันธุ์ "เดลต้า" หากทำ Swab ทุกครั้งจะมีเลือดออกมาด้วย

เป็นเรื่องที่เพิ่งถูกเปิดเผยให้รู้ว่า โควิดสายพันธุ์เดลต้า ที่ติดง่าย กระจายเร็ว ตายไว มีคุณลักษณะพิเศษ โดยจะรู้จากการตรวจ Swab แหย่จมูกทุกครั้งจะมีเลือดออกมาด้วย ซึ่ง ทนพ.วินัย นามธง นักเทคนิคการแพทย์ สถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า จากประสบการณ์รบกับ COVID-19 มา 1 ปี 3 เดือน เวฟนี้ เจอสายพันธุ์เดลต้า แปลกมากๆ จึงขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 1. เดลต้า เป็นสายพันธุ์ ที่ติดง่าย กระจายเร็ว ตายไว
2.ถ้า Swab (แหย่จมูก) แล้ว ได้น้ำมูกเต็มก้าน บอกเลยว่า ติดโควิด เกือบ 100%
3.ไม่ว่าจะ Swab เบามือแค่ไหน ต้องมีเลือดติดมาทุกครั้ง (คนที่มีผล detected) ขัดต่อกฎ Swab “Do no harm”
4.ค่า CT จากการตรวจด้วย RT-PCR ต่ำกว่า 20 บางครั้ง เป็น ตัวเลขหลักเดียว แทบจะไม่มี CT เกิน 30 เลย (เหมือนเวฟก่อนหน้า)
5.เมื่อตรวจด้วย Rapid Ag ผลบวกจะขึ้นทันที ที่น้ำยาซึมผ่าน แถบ T(Tests) แบบ ชัดเจนมาก ไม่ต้องรอให้น้ำยาซึมไปถึง แถบ C (Control)
6.มีคนไข้หลายคนที่มาเข้าแถวรอคิว Swab บางคนยืนๆอยู่ ล้มหัวกระแทกพื้น นอนชักดิ้นชักงอ มีคนไข้บางคนเป็นลมหงายหลังตกจากรถพระราชทาน หัวกระแทกพื้น และมีผลตรวจ เป็นบวกทุกราย แบบไม่เคยเจอมาก่อน ในระลอกก่อนหน้านี้

สำหรับข้อแนะนำ ข้อแนะนำ ทนพ.วินัย ระบุว่า 1.ทุกหน่วยตรวจ Rapid Ag เชิงรุก ต้องมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน คอยช่วยเหลือแล้ว
2.ควรนำชุดทดสอบ แบบ Selftest หรือ Home used มาให้ คนที่มีผลบวก ทำการตรวจด้วยตัวเอง แบบ Nasal Swab  เพื่อทดสอบว่า ชุดตรวจแบบ Selftest ดีมั้ย ใช้ได้หรือเปล่า ก่อนทำ Nasopharygeal Swab รอบ 2 เพราะทุกครั้งที่คนที่มีผลบวกและต้องมา Swab ซ้ำเพื่อตรวจยืนยันด้วย RT-PCR คนไข้จะมีเลือดติดปลาย Swab ทุกครั้ง น่าสงสารมาก…ถ้าผลทดสอบออกมาดี เราอาจเลี่ยงเก็บตัวอย่างแบบ Nasopharygeal Swab เป็น Nasal Swab หรือสายพันธุ์นี้ มันทำลายเยื่อบุผนังในโพรงจมูกอย่างรุนแรง ทำให้ Swab แล้วต้องได้เลือดทุกครั้ง
หรือสายพันธุ์นี้ รังของมันอยู่ในทุกๆจุดของโพรงจมูก ไม่ว่าจะแหย่ตรงไหน ก็เจอเชื้อ

r1A5y7x8 2

Tl2ATZiL 1