“นายกฯ” หารือแนวทางช่วยเหลือภาระผู้ปกครอง ลดค่าเทอม ช่วงโควิดระบาด

"นายกฯ" หารือแนวทางช่วยเหลือภาระผู้ปกครอง ลดค่าเทอม ช่วงโควิดระบาด

ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด – 19 โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯเข้าร่วม พิจารณาแนวทางการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น พิจารณาให้ส่วนลดเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นกรณีพิเศษ โดยให้คลอบคลุมทั้งสถานศึกษารัฐและเอกชน

โดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุม ถึงการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงการเรียนของนักเรียน การจัดการเรียนการสอนของครู และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองท่ามกลางวิกฤตโควิด จึงมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดทำโครงการมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด ซึ่งมาตรการช่วยเหลือนี้จะครอบคลุมทั้งโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนสังกัด กทม.และโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยจะนำมาตรการการช่วยเหลือเหล่านี้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบหลักการในวันที่ 27 ก.ค.

ทั้งนี้มาตการการช่วยเหลือนักเรียน ครู และผู้ปกครองนั้น ซึ่งมีหลักการเบื้องต้น คือ ศธ.จะไม่ทิ้งเด็กคนใดคนหนึ่งไว้ข้างหลังและไปให้ถึงผู้ปกครอง และมาตรการช่วยเหลือสถานศึกษาให้ได้พัฒนาเรื่องสื่อเรียนการสอน โดยมาตรการทั้งหมดจะใช้งบประมาณกลางในการดำเนินการ

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังมีความเป็นห่วงเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ของนักเรียนมัยมศึกษาตอนปลายมากขึ้น โดยอยากให้เปิดช่องทางการเรียนการสอนผ่านออนแอร์ ในรูปแบบการเรียนการสอนของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กมีช่องทางการเรียนรู้อย่างหลากหลาย

ขณะที่กระทรวงอุดมศึกษาฯที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ ที่กระทรวงอุดมศึกษาฯหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อสรุปว่า ลดค่าเล่าเรียนในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่เป็นนักศึกษาชาวไทย ระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา ภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน โดยพบว่า มีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและในกำกับของรัฐ 35 แห่ง จำนวนนักศึกษา 922,794 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง นักศึกษา 396,858 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง นักศึกษา 133,782 คนสถาบันวิทยาลัยชุมชน 1 แห่ง 11,678 คนสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 72 แห่ง นักศึกษา 285,500 คน รวม 155 แห่ง นักศึกษา 1,750,109 คน

โดยสถาบันอุดมศึกษาฯภาครัฐ ลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยกำหนดเป็นขั้นดังนี้

ส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม การศึกษาร้อยละ 50 ส่วนค่าเทอมตั้งแต่ 50,001 บาท ถึง 100,000 บาท ลดร้อยละ 30
ส่วนตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไป ลดร้อยละ 10

โดยงบประมาณที่ใช้สนับสนุนจากสถาบันอุดมศึกษาสนับสนุน ร้อยละ 20 และรัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติมอีกร้อยละ 30

ทั้งนี้ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน รัฐบาลสนับสนุนรถค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษาคนละ 5,000 บาท และลดค่าเรียนเพิ่มเติมและสนับสนุนมาตรการ อื่น ๆ เช่นสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งจะมีมาตรการขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา /ตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษา/จัดหาอุปกรณ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาเพื่อใช้ศึกษาออนไลน์/ส่วนลดค่าหอพักนักศึกษา/จัดสวัสดิการพิเศษกรณีนักศึกษาป่วยด้วยโรค โควิด-19 เป็นต้น

ที่ประชุม ยังจะหารือถึงรูปแบบว่าจะช่วยค่าใช้จ่ายเป็นการ จ่ายตรงให้ผู้ปกครอง โดยใช้ฐานข้อมูลเรียนฟรี 15 ปี และจะยกเว้นค่าใช้จ่ายในทุกกลุ่ม หรือมีการยกเว้นกลุ่มใดบ้าง เป็นต้น รวมถึงจะหารือถึงข้อเสนอโครงการในลักษณะที่กำหนดให้รัฐร่วมสมทบภาระส่วนลดให้แก่สถานศึกษาบางส่วน
รวมถึงรับฟังรายงานสรุปในกรณีที่สถานศึกษาภาคเอกชนประสบปัญหาทางการเงิน /ข้อมูลปัญหาและความต้องการต่างๆเพื่อให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ในการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงินให้แก่สถานศึกษาภาคเอกชนที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะต้องเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยและผู้อำนวยการสถาบันการศึกษามาหารือถึงความเป็นไปได้อีกครั้