สงสารจับใจ! หนุ่มใหญ่ติดโควิดขับรถพาครอบครัวมารักษาที่บ้านเกิด สุดท้ายไม่ทันสิ้นใจก่อนถึง รพ.

หนุ่มโรงงานใน กทม.ติดโควิด รอจนได้เตียงรักษาแต่ห่วงครอบครัว ตัดสินใจชวนเมียขับรถจากกรุงเทพฯ ครอบครัว รวม 5 คน กลับบ้านมารักษาที่ รพ.บ้านผือ จ.อุดรธานี แต่หมดลมหายใจก่อนถึงโรงพยาบาล ทำคนใน รพ.สงสารน้ำตาท่วม ก่อนนำร่างไปฌาปนกิจ ส่วนภรรยาและแม่ติดเชื้อต้องเข้ารักษา ส่วนลูกต้องรอลุ้น

วันนี้ (20 ก.ค. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เกิดเหตุการณ์แพทย์ – พยาบาล – บุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลบ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี น้ำตานองหน้าตั้งแต่เช้า เมื่อมีผู้ป่วยโควิด-19 ลูกหลานชาว อ.บ้านผือ เดินทางจากกรุงเทพฯ นัดหมายเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.บ้านผือ ตามปฏิบัติการณ์ “นำลูกหลานอุดรธานีกลับบ้าน” ซึ่งโรงพยาบาลนัดรับผู้ป่วยไว้แล้ว แต่เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าเสียชีวิต ขณะผู้ที่เดินทางมาด้วยอีก 4 คน ภรรยา แม่ และลูก รพ.รับตัวไว้ในฐานะผู้สัมผัสเสี่ยงสูง

ภรรยาผู้เสียชีวิตเล่าให้ทีมสอบสวนควบคุมโรคฟังว่า สามี อายุ 43 ปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถ ให้ผู้บริหารโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ภรรยาทำงานในออฟฟิตโรงงานเดียวกัน ในโรงงานมีคนติดเชื้อโควิด สามีก็มีอาการไข้ ผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ ก่อนหน้าเดินทางหลายวัน ก็พยายามกักตัวตามคำแนะนำ แม่ที่อยู่ด้วยก็มีอาการไข้ จนสามีได้นัดเข้ารักษาที่โรงพยาบาลย่านพระราม 2 แต่แม่ยังไม่ได้รับนัดตรวจ จนเย็นวันที่ 18 กรกฎาคม สามีชวนทุกคนขับรถกลับบ้านที่อุดรฯ โดย สามี ภรรยา แม่ และลูก 2 คน รวมเป็น 5 คน ทุกคนสวมใส่ชุด PPE ภรรยาเป็นคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ นั่งกับลูกคนโตด้านหน้า แม่และลูกคนเล็กนั่งเบาะกลาง ส่วนสามีมีอาการเพลีย นอนอยู่เบาะท้ายรถ ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 20.00 น. ด้วยการเปิดกระจกรถทั้งหมด คนในรถพูดคุยกันมาเรื่อยๆ มุ่งหน้ามาโรงพยาบาลบ้านผือ จ.อุดรธานี แบบไม่จอดพักที่ไหน โดยช่วงระหว่าง จ.นครราชสีมา – ขอนแก่น สามีเริ่มเงียบเสียงไป ภรรยาคิดว่าสามีคงเพลียหลับ จึงตั้งใจขับรถจนมาถึงโรงพยาบาลบ้านผือ เวลา 04.25 น. วันที่ 19 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

นพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงศ์ รองนายแพทย์ สสจ.อุดรธานี รักษาการ ผอ.รพ.บ้านผือ ตอบข้อซักถามว่า ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์ติดต่อปรึกษา โรงพยาบาลบ้านผือ เพื่อเดินทางกลับมารักษาที่บ้าน ทางโรงพยาบาลได้ยืนยันรับรักษา ตามปฏิบัติการณ์ของอุดรธานี โดยเจ้าตัวจะเดินทางมาเอง แต่ก็มาเสียชีวิตก่อนถึง รพ. ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยอีกคนที่รักษามาตรการ ไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังผู้อื่น และพยายามปกป้องครอบครัวตนเอง ที่สุดเขาก็ต้องเสียชีวิต ทำให้ตอนเช้าทั้งโรงพยาบาลบ้านผือ มีแต่น้ำตา ซึ่งจ้าหน้าที่ได้นำร่างไปฌาปนกิจที่ เมรุป่าช้าบ้านผือนอก เขตเทศบาลตำบลบ้านผือ

“ส่วน ภรรยา แม่ และลูก 2 คนเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผลการตรวจหาเชื้อพบว่า ภรรยา และแม่ เป็นผู้ติดเชื้อโควิด เข้ารักษาตัวที่ รพ.บ้านผือ เบื้องต้นเป็นป่วยสีเขียว ส่วนลูก 2 คน ตรวจรอบแรกด้วยแล๊พพิดเทส ผลออกมาว่าไม่ติดเชื้อ จึงส่งเด็กทั้งสองไปให้ญาติ กักตัวดูแลตามมาตรการ และรอผลตรวจหาเชื่อ พีซีไอ. อีกครั้ง ทั้ง 4 คนอยู่ในความดูแลแล้ว”

Image10 1

Image3 1

Image4 1