“ชัยวุฒิ” ไม่ปล่อย สั่งมอนิเตอร์มือโพสต์ข่าวเท็จเชิงรุก ให้ ปอท.เอาผิดตามกฎหมาย!

"ชัยวุฒิ" ชี้ ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งจับตาคนสร้างข่าวปลอม ข่าวเท็จเชิงรุก ทั้งในและต่างประเทศ เร่งขอคำสั่งศาลปิดกั้นในระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมส่งให้ตำรวจปอท.ดำเนินคดีต่อเนื่อง พบยังเป็นกลุ่มเดิมเคลื่อนไหว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดืจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ทุกวันนี้เร่งแก้ปัญหาไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังพบว่ามีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จจำนวนมาก สร้างความตื่นตระหนก สร้างความสับสนให้กับประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยได้สั่งกำชับผู้ที่รับผิดชอบของกระทรวงเร่งติดตามปัญหาเชิงรุกมีการมอนิเตอร์สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่าเข้าข่ายกระทำความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550และที่แก้ไขเพิ่มเติม(2560) และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้รวบรวมหลักฐานส่งให้ศาลพิจารณาระงับ ปิดกั้นหรือลบข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมกับประสานส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินคดีต่อไป

kA0UU07K 1

ทั้งนี้ สถิติการดำเนินงาน ระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมช่วงวันที่ 1ม.ค. – 15 ก.ค.2564 พบการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิว เตอร์ ฯ แบ่งเป็น
– กรณีหมิ่นสถาบันฯ จำนวน 100 คำสั่งศาล 2,032 รายการ (URLs) โดยได้ดำเนินการประสานแจ้งความ กับ ปอท. แล้ว 581 URLs
-เว็บลามกอนาจาร 9คำสั่งศาล 179 รายการ การละเมิดลิขสิทธิ์ 3 คำสั่งศาล 47 รายการและเว็บพนันออนไลน์ 4 คำสั่ง 409 รายการ รวม 116 คำสั่งศาล 2,667 รายการ

6JJfJ0Cg 2

 

นอกจากนี้ ยังพบการกระทำผิดผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างประเทศ รวม 587 รายการ (URLs) แบ่งเป็นผู้กระทำความผิดทางFacebook 317 URLs ทางYouTube79 URLS
ผู้กระทำความผิดทางTwitter 158 URLs และเว็บอื่นๆ จำนวน 33 URLs โดยพบว่าผู้ที่กระทำผิดยังเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวกลุ่มเดิมก่อนหน้านี้ เช่น รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง, ผู้ใช้บัญชี Pavin Chachavalpongpun จึงได้ขอคำสั่งศาลให้เจ้าของแพลต ฟอร์ม ทำการระงับ ปิดกั้นหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมายออกจากระบบ หากไม่ดำเนินการก็ต้องส่งเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าของแพลตฟอร์มต่อไป ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้สื่อออนไลน์ให้เพิ่มความระมัดระวังหากโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จ สร้างข่าวปลอมในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้ที่แชร์ข้อความนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย

3