“หมอวิฑูรย์”เผย“ไม่มีเหตุผลใดที่ จะเตะถ่วงวัคซีน” เพราะต้องการเห็นไทยรอดพ้นวิกฤตนี้เช่นกัน

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เผย “ไม่มีเหตุผลใดที่ จะเตะถ่วงวัคซีน” พร้อมหาวัคซีนแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกอื่นให้ประชาชน ระบุในวิกฤตินี้มีหลายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยกับรายการ ลึกจริงเศรษฐกิจ TOP BIZ INSIGHT เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เกี่ยวกับวัคซีนทางเลือกในประเทศไทย ว่า วัคซีนทางเลือก เป็นวัคซีน ที่อยู่นอกเหนือบัญชีที่ทางรัฐบาลได้จัดหาให้ประชาชน ซึ่งได้จัดการประชุมไปเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ให้ซิโนฟาร์ม กับโมเดอร์นา เป็นวัคซีนทางเลือก
ซึ่งโมเดอร์นา ทางคณะกรรมการฯ มอบให้องค์การเภสัชกรรม ทำหน้าที่เป็นตัวกลางภาครัฐ มาอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชน โดยขั้นตอน ณ ปัจจุบัน คือ ทางโรงพยาบาลเอกชน อยู่ระหว่างการเซ็นสัญญารักษาความลับระหว่างกัน กับทางองค์การเภสัชกรรม และเตี๋ยวจะมีการเตรียมเซ็นสัญญาซื้อขายกันแล้ว

ภาครัฐ และ องค์การเภสัชกรรม ช้า จนนำไปสู่การตีความว่า เตะถ่วง ขัดขวาง ไม่ต้องการให้เอกชนนำเข้า??
ไม่มีเหตุผลใดที่จะไปเตะถ่วง หรือทำให้การนำเข้าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา ช้า เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติรอดพ้นจากภัยคุกคามที่ร้ายแรงนี้เช่นเดียวกัน ในวัคซีนที่เป็นแพลตฟอร์ม mRNA ได้เซ็นกับไฟเซอร์ไปแล้ว ส่วนโมเดอร์นา เราก็ทำงานแข่งกับเวลา แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก และเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า ขั้นตอนหนังสือสัญญา กว่าจะได้มาจากเอกชน กว่าจะไปผ่านอัยการสูงสุด แม้แต่ต้องไปเข้าครม.มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่า มันไม่ได้ง่าย เพราะฉะนั้น เราเองพยายามทำภายใต้เวลาและเงื่อนไขจำกัด และมันไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเราทุกปัจจัย ซึ่งเราก็พยายามทำให้สำเร็จ ณ ปัจจุบัน อยู่ในไทม์ไลน์ ที่ประกาศไว้แต่แรก ไม่ได้ดีเลย์ และคิดว่าจะจบเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

นายแพทย์วิฑูรย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ว่า พยายามชี้แจงมาตลอดเวลา ว่า ผู้แทนนำเข้าที่ทรงสิทธิจริงๆ คือ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ทางองค์การเภสัชกรรรมเป็นตัวกลางไปซื้อมาอีกทีหนึ่ง ส่วนการเจรจานำเข้า การต่อรอง ทางซิลลิคฯ เป็นคนเจรจากับโมเดอร์นา ทางอเมริกาเอง เป็นสินค้าของเขา เราไปซื้อต่อมาอีกทีหนึ่งเพื่อมาขายเอกชนเท่านั้นเอง ซึ่งในภาวะปกติ ซิลลิคฯ จะสามารถขายต่อภาคเอกชนได้โดยตรง แต่เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมพิเศษ ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยผู้ผลิต ทางอเมริกาเองก็จะขายให้ภาครัฐเท่านั้น ทางองค์การเภสัชกรรมได้รับมอบหมายให้มาทำ และพยายามอำนวยความสะดวกเต็มที่ อันที่จริงผู้นำเข้าควรจะมาให้ปากคำ ให้ข้อเท็จจริง ซึ่งก็คือ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา ซึ่งทางเขาก็ไม่สะดวก ต้องไปถามเขาเอง เราพูดชัดเจนทุกเวที ว่าเราไม่ใช่ผู้นำเข้า และเจรจาต่อรอง ซึ่งทางองค์การเภสัชกรรมพยายามต่อรองเขาแล้ว แต่สุดท้ายเขาบอกให้ติดต่อผ่านซิลลิคฯ เราก็คุยกับซิลลิคฯ มาโดยตลอด

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมฯ กล่าวย้ำด้วยว่า องค์การฯได้รับมอบหมายให้เป็นภาครัฐให้เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้บริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนนำเข้าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เราอำนวยความสะดวกเต็มที่ องค์การฯต้องบริหารจัดการภายใต้แนวทาง “No profit No loss กำไรไม่ต้องพูดถึง อย่าขาดทุนก็พอ” เราทำงานร่วมกันกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

“เราเป็นตัวกลางมาซื้อจากซิลลิคฯ อีกทีหนึ่ง ไปให้เอกชน เพราะฉะนั้น ราคาที่เขาพยายามพูดเองเราว่าซื้อมา 500 กว่าบาท เอาไปขาย 1,100 บาท กำไร 500 กว่าบาทมันผิดเพี้ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยซ้ำไป จริงๆ แล้วโดยตรรกะคิดกันง่ายๆ เราไม่ได้เป็นผู้นำเข้าจากโมเดอร์นา โดยตรง”

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้(16 ก.ค.) จะเริ่มมีการเซ็นสัญญาซื้อ-ขายและรับชำระเงินค่าวัคซีนจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน 21 กรกฎาคม นี้ และเซ็นสัญญากับบริษัท ซิลลิคฯ ให้ได้โดยเร็วในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ โดยวัคซีน 5 ล้านโดสแรกจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้และไตรมาส 1 ปีหน้า เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่ช้า และน่าจะจบเร็วกว่ากำหนดเดิมด้วย

ในที่ประชุมในเดือนเม.ย. มีใครได้รับการแต่งตั้งให้นำเข้าไฟเซอร์ไหม?
ไฟเซอร์ มีผู้แทนจำหน่ายเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว คือ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด และได้รับสิทธิจากบริษัทแม่ที่อเมริกา และขายให้กับหน่วยงานรัฐหน่วยงานเดียว โดยเซ็นสัญญากับกรมควบคุมโรค เรียบร้อยแล้ว จะใช้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากครม. เซ็นสัญญาเพื่อนำไฟเซอร์ มาฉีดให้ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่า ตามพันธกิจ เพราะเขามีเจ้าเดียวที่ทำอยู่แล้ว เลยไม่รู้ว่ามา เขาจะเอาทะเบียนจากไหน เพราะทะเบียนผู้ทรงสิทธิมีเจ้าเดียว ส่วนเค้าจะมาจากช่องทางไหน สถาบันไหน จะเข้ามาในรูปแบบไหนนั้น จนด้วยเกล้าจริงๆ
นายแพทย์วิฑูรย์ กล่าวย้ำด้วยว่า “สังคมต้องมีสติในการดู แต่ละ product มีตัวแทนอยู่แล้ว”

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวิกฤตคงจะได้สะท้อนถึง การทำงานนั้นมันเต็มไปด้วยอุปสรรค ผมว่าคนทำงานก็มีความตั้งใจที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อให้วิกฤตนี้คลี่คลายโดยเร็ว ไม่ควรใช้เจตนาไม่ดี หรือเจตนาที่ไม่เหมาะสม ในการออกมากล่าวร้ายกัน การพูดความจริงด้วยกัน และมีมติในการสื่อสาร เพราะสังคมจะสับสน และสิ่งทั้งหลายทั้งปวง อาจจะมีเจตนาดีของทุกฝ่ายที่อยากจะให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤต แต่การที่จะมากล่าวร้ายกัน โดยไม่มีมูลความจริง หรือไม่ตรวจสอบให้ดี แล้วจงใจพูด ผมว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้น ก็ให้พวกเราหรือผู้ฟังใช้วิจารณญาน ว่า ความจริงมีเพียงหนึ่งเดี่ยว และกาลเวลาก็จะพิสูจน์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นอย่างไร เราบริหารงานภายใต้ความไม่แน่นอน เรากำลังดีลกับวิกฤติของมนุษยชาติ เราเสียพลังงานกับเรื่องเหล่านี้มามาก ผมก็พยายามทำให้ดีที่สด เพราะสถานการณ์บีบคั้น เวลาจำกัด มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ค่อนข้างเยอะ

อย่างไรก็ตาม องค์การฯ และเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้ย่อท้อและจะทำงานกันต่อไป ขณะเดียวกัน เราไม่ได้หยุดในการแสวงหา
หาวัคซีน mRNA ในแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น วัคซีนโปรตีนซับยูนิต โดยทำงานร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่องยารักษาโรค อย่างเดือนนี้เราก็ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้เอง ได้รับทะเบียนจาก อย.แล้ว รวมทั้งยาใหม่ๆ ที่เป็น Trend การใช้ของต่างประเทศเราก็วิจัยร่วมกับสวทช. อีกทั้งวัคซีนโควิดที่เราผลิตเองมีการวิจัยทดลองในมนุษย์เป็นแห่งแรกของประเทศ ซึ่งจะเริ่มการวิจัยในระยะที่ 2 ในต้นเดือนหน้านี้ เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก