กรมวิทย์ฯ เผยเตรียมใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen test ตรวจหาเชื้อโควิด

กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เผย ข้อมูลการตรวจ Antigen test kit เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส ไม่ใช่การตรวจหาภูมิคุ้มกัน เบื้องต้น ยังตรวจได้ในสถานพยาบาลเท่านั้น พร้อมยืนยัน ยังไม่พบสายพันธุ์แลมบ์ดา แต่ต้องเฝ้าระวัง

วันนี้ (8ก.ค.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้ พบผู้คนจำนวนมาก ต้องรอเข้าคิวรับการตรวจ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า เรากำลังเจอปัญหาการเข้าถึงระบบการตรวจของไทย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้พิจารณาเสนอใช้ Rapid Antigen test หรือ Antigen test kit การใช้ชุดตรวจไวรัส ที่เป็นการตรวจเบื้องต้นในสถานพยาบาล โดย บุคลากรทางการแพทย์ เท่านั้น ปัจจุบัน ชุดตรวจ Antigen test kit ที่ผ่านการขึ้นทะเบียน และมีการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แล้ว มี 24 ยี่ห้อ ที่สามารถใช้ภายในสถานพยาบาลได้

โดยการตรวจนั้น จะมีทั้งชุดตรวจที่ใช้การตรวจหาเชื้อไวรัสจากโพรงจมูก และชุดที่ใช้ตรวจเช็กจากในลำคอ ซึ่งหาพบผลตรวจระบุว่า ติดเชื้อ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจ ด้วยวิธีการมาตรฐาน Rt-PCR อีกครั้ง เพื่อยืนยันผลในการเข้าสู่กระบวนการรักษา

เบื้องต้น การเบิกจ่ายอยู่ระหว่างการหารือแนวทาง คาดว่า จะสามารถใช้ได้ตามสิทธิ์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเมื่อสามารถขยายการตรวจคัดกรองได้มากขึ้น การพบผู้ติดเชื้อก็อาจเพิ่มขึ้นด้วย มาตรการที่จะถูกนำมาใช้ควบคู่กัน ก็คือ การรักษาตัวที่บ้าน หรือ Home isolation เพื่อให้เตียงในสถานพยาบาล มีเพียงพอสำหรับรองรับผู้ป่วยอาการหนัก

สำหรับการใช้ชุดตรวจ Antigen test kit ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการสรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานพยาบาล เพื่อให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามประกาศเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานพยาบาลต่อไป

ส่วนการเฝ้าระวังสายพันธุ์ไวรัสโควิด -19 ทาง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่า ได้มีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และขณะนี้ ยังไม่พบสายพันธุ์แลมบ์ดา (lambda) ในประเทศไทย เท่าที่มีข้อมูล ยังพบระบาดอยู่ในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งยังต้องคอยจับตาเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ต้องกังวล และยังไม่มีข้อมูลระบุชัดว่า สายพันธุ์นี้จะก่อให้เกิดความรุนแรง หรือ การแพร่ระบาดเร็วกว่าพันธุ์อื่น ๆ หรือไม่

ข่าวอื่นๆ

MEA ย้ำมาตรการควบคุมบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ลดผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบริเวณก่อสร้าง