“หมอยง” ยัน โอมิครอน ไม่สามารถลอยในอากาศ แนะปชช. ใช้ชีวิตแบบ New Normal

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โอมิครอนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ของโควิด-19ที่เป็นRNAไวรัสสามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไปได้ตามวิวัฒนาการโดยสายพันธุ์โอมิครอนเกิดขึ้นหลังเดลต้าระบาดไปทั่วโลกเพราะมีการแพร่พันธุ์และติดได้ง่ายและในธรรมชาติหากไวรัสชนิดไหนสามารถมีลูกมีหลานขยายสายพันธุ์ได้ก็จะครองโลกซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

ส่วนโอมิครอนจะมาแทนที่เดลต้าได้หรือไม่นั้นมีกรณีเดียวคือต้องมีการแพร่กระจายและติดได้ง่ายกว่าเดลต้า ซึ่ง ณ.ขณะนี้ ทั่วโลกกำลังจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ในการเรียนรู้แต่อย่างไรก็คาดว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดอย่างรวดเร็วเพราะใช้เวลาในการระบาดในแอฟริกาใต้เพียง2สัปดาห์ก็มีผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเห็นได้ว่าการระบาดแต่ละระลอกในบ้านเรามักจะเป็นสายพันธุ์ใหม่เข้ามา และยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นในระลอกของสายพันธุ์เดลต้าและหากโอมิครอนมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วทั้งโลกก็คงต้องเจอ แต่หากที่จะต้องการชะลอให้เกิดขึ้น จะต้องมีมาตรการดูแลและป้องกัน เพื่อที่จะมีองค์ความรู้ใหม่รับมือกับโอมิครอน โดยไวรัสตัวนี้อาจจะมาได้ทุกช่องทาง ทั้งทางเครื่องบิน/เรือ /แม้แต่เดินเข้ามาตามเข้ามาจากช่องทางธรรมชาติ และในอดีตที่ผ่านมาโอกาสที่จะบินเข้ามาน้อย เพราะมีการควบคุมอย่างรัดกุมและถูกต้อง โดยใช้ RT-PCR /แต่หากมาจากช่องทางธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ ก็มีโอกาสที่จะมาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้เช่นกัน และการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโอมิครอนหรือไม่ต้องมีการถอดรหัสพันธุกรรมใช้เวลา 3-7วันจึงจะรู้ผล แต่ยังมีวิธีการตรวจอย่างรวดเร็วคือการตรวจกรองและจำเพาะโดยหาตัวตรวจจับเพื่อให้สามารถทำได้เยอะและรวดเร็วในเวลาเพียง 4-6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองและต่อจากนี้หากหากมีการตรวจพบโควิดจะต้องมีการตรวจกรองว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่ แต่จะตรวจในรายที่จำเป็นและสงสัยมากๆ อย่างเช่นที่ฉีดวัคซีนแล้วเป็น/เป็นซ้ำ/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะต้องมีความโปร่งใสและหากมีพบก็ต้องรายงานตามจริง

ศ.นพ.ยง ยังระบุต่ออีกว่า ในส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อโอมิครอนในแอฟริกาใต้เป็นคนอายุน้อยจึงดูไม่หนัก และร้อยละ 90 เป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนการรู้รสกับกลิ่นยังมีอยู่จึงตั้งข้อสงสัยว่าสายพันธุ์นี้อาจจะไม่รุนแรงอย่างไรก็ตามยังเร็วเกินไปที่จะบอก จึงต้องรอการประเมิน และยืนยันว่าตำแหน่งที่มีการกลายพันธ์ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคและขอเน้นย้ำว่า การฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็น จึงขอเชิญชวนทุกคนต้องฉีดวัคซีนเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันและโอมิครอนไม่ได้หลบหลีกภูมิต้านทานโดยสิ้นเชิง แต่ยอมรับว่าภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนลดลงจึงต้องมีการบูสเตอร์เข็ม 3 อาจจะทำเร็วขึ้น พอมีวัคซีนอย่างเหลือเฟือและหลากหลายและเสรี เพื่อผ่อนหนักเป็นเบาและลดการระบาดได้ จะต้องมีระเบียบวินัยดำรงชีวิตอยู่ยากแบบNew Normalอย่างเคร่งครัด

ส่วนการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบท่ามกลางการระบาดของโอมิครอนนั้นศ.นพ.ยงระบุว่าชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป จะเดินอย่างไรให้สมดุลที่สุด ต้องก้าวพร้อมเดินหน้าต่อ อย่างมีสติและองค์ความรู้แน่นอนว่าไม่อยากให้เกิดการระบาดแต่ไม่ถึงขั้นรีบปิดประเทศ ทุกคนจะต้องดำรงชีวิตอยู่ได้ ลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุดไม่มีทางที่จะ กำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้หมดไป เหมือนยังไข้หวัดใหญ่ที่มีการเสียชีวิตประมาณ200คน/และหากโควิดมีการเสียชีวิตในระดับเดียวกันก็ถือว่ายังรับได้

ศ.นพ.ยงยังยืนยันว่า การแพร่ระบาดของโอมิครอน ไม่น่าจะแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นจากการสัมผัส/ไอจามและหากมีการเว้นระยะห่างก็จะสามารถควบคุมได้อย่างแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินสวนกันแล้วสามารถติดเชื้อได้ และเชื้อไม่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ หากเป็นเช่นนั้นก็จะติดกันแล้วทั้งโลกและเชื่อว่า หากทุกคนปฏิบัติตัวอย่างที่เป็นอยู่อย่างเคร่งครัดก็จะสามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน

ข่าวอื่นๆ