ความหวังสู้โควิด! “ยาโมลนูพิราเวียร์” ไทยจ่อนำเข้า ธ.ค.นี้

ความหวังสู้โควิด! "ยาโมลนูพิราเวียร์" ไทยจ่อนำเข้า ธ.ค.นี้

ถือเป็นความหวังของมนุษยชาติอย่างแท้จริง สำหรับยา “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) ที่ใช้รักษาโรคโควิด19 ที่มีผลงานวิจัยและการรักษาโดยใช้ผ่านผู้ติดเชื้อและทดลองใช้ สามารถลดอาการหนักและการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้

บริษัท เมอร์ค และบริษัทหุ้นส่วน Ridgeback Biotherapeutics ซึ่งเป็นผู้ผลิตยา “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) จากเอกสารของบริษัทเมอร์ค ได้สรุปกลุ่มคนที่เข้าร่วมทดลองไว้ว่า เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่แสดงอาการ จำนวน 775 คนที่สมัครใจร่วมทดลอง และยังไม่ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 โดยแต่ละคนมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ มากกว่า 60 ปี กลุ่มโรคเรื้อรังอย่าง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ แบ่งการทดลองเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์และอีกกลุ่มให้ยาหลอก ภายในเวลา 5 วันหลังจากที่เริ่มมีอาการ

ผลการทดลองพบว่า ผู้ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยกว่าคนที่ได้ยาหลอกครึ่งหนึ่ง และไม่มีผู้เสียชีวิต รายละเอียดแยกได้เป็น ผู้ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ 7.3 เปอร์เซ็นต์ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลภายในเวลา 29 วัน และไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ที่ได้รับยาหลอก 14.1 เปอร์เซ็นต์ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลภายในเวลา 29 วัน และมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ

ในเอกสารแถลงความคืบหน้าของบริษัท เมอร์ค ยังระบุว่าขณะนี้กำลังผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ และคาดว่าจะผลิตได้ 10 ล้านคอร์ส และจำนวนการผลิตจะมากขึ้นในปีหน้า สำหรับปริมาณการใช้ยานั้นยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า แต่ละคอร์สใช้ยาโมลนูพิราเวียร์กี่เม็ด และราคาเท่าไร

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้สั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์แล้ว 1.7 ล้านคอร์ส หรือรักษาได้ 1.7 ล้านคน ด้วยราคา 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคอร์ส หรือประมาณ 23,100 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 1 ต.ค. 2564)

ต่อมา บริษัทเมอร์ค เตรียมที่จะขออนุมัติการใช้ยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ เป็นกรณีฉุกเฉินจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ต่อจากนั้นจะยื่นขอการอนุมัติใช้ยาจากทางการประเทศต่างๆ ทั่วโลก หากได้รับการอนุมัติก็จะถือเป็นยาเม็ดชนิดแรกของโลกที่ใช้ในการรักษาโควิด19

ขณะที่ประเทศไทยนั้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล ว่า กรณียาโมลนูพิราเวียร์ ยาเม็ดที่ใช้รักษาโควิด-19 ทางอธิบดีกรมการแพทย์ ได้ชี้แจงว่ารัฐบาลเตรียมจัดซื้อ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อสั่งซื้อจำนวน 2 แสนคอร์ส สำหรับ 2 แสนคน คาดว่าจะนำเข้าได้ในเดือนธันวาคมนี้ แต่ต้องมี 2 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ 1. ยาโมลนูพิราเวียร์จะต้องได้รับการอนุมัติจาก อย.สหรัฐอเมริกา ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติ 2 .จะต้องผ่านการอนุมัติจาก อย.ในประเทศไทย ที่คาดว่าจะเป็นต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

ด้าน ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีการพัฒนายา “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) ที่มองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเกมของโควิด-19 โดยระบุว่า
“Game changer ของ COVID กำลังจะมา

“หลายคนอาจเห็นข่าวดีชิ้นนี้แล้ว Merck เผยแพร่ผลการศึกษาระยะ 3 MOVe-OUT trial ของยา Molnupiravir ซึ่งใช้กับผู้ป่วย โควิด กลุ่มเสี่ยงสูงที่มีอาการน้อย-ปานกลาง โดยผลระยะสั้น (interim result) พบว่ายาลดอัตราการป่วยหนัก ลดการนอนโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิตได้ 50% ทำให้ทีมนักวิจัยตัดสินใจหยุดการทำวิจัยก่อนกำหนด
“หลังจากนี้บริษัทจะยื่นขออนุมัติการใช้ยาแบบ EUA ต่อ US FDA ถือเป็นข่าวดีมาก ๆ เพราะเป็นยาที่ทำขึ้นมาเพื่อโควิด โดยเฉพาะถัดจาก mAb ที่มีการใช้ก่อนหน้านี้ แต่ข้อดีของยานี้คือเป็นยากิน 5 วัน แทนที่จะต้องฉีดแบบ mAb
“ก่อนหน้านี้ มีความกังวลว่ายาอาจจะล้มเหลวในการทดลองทางคลินิก จากเพราะ MOVe-IN trial ซึ่งใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มนอนโรงพยาบาล ต้องปิดโครงการไป เพราะวิเคราะห์ออกมาแล้วพบว่าไม่ได้ผล ข่าวดีของยานี้อีกประการคือ Merck ประกาศจะสนับสนุนให้บริษัทอื่น นำสูตรยาไปผลิตแบบยาสามัญ (generic drug) ในประเทศตนเองได้ด้วย ประเทศไทยควรรีบจีบบริษัท เพื่อขอความร่วมมือผลิตยานี้ เผื่อจะสำเร็จ หลังจากการทดลองนี้ Merck ยังมี MOVe-AHEAD study ที่ศึกษาการใช้ยานี้ ในการป้องกันการป่วย กรณีที่พบว่ามีโอกาสได้รับเชื้อ (post exposure prophylaxis) ถ้าสำเร็จ จะยอดเยี่ยมขึ้นอีก”

ขณะที นายภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าของเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ยาโมลนูพิราเวียร์ โดยระบุว่า
“ข่าวดีสุดๆครับ ยาต้านโควิดที่ชื่อว่า “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) ของบริษัท Merck ได้ผลดีมาก
จากศึกษาการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในกลุ่มตัวอย่าง 775 ราย กินวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน มีแค่ 7.3% ที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล และไม่มีใครตายด้วยโควิดเลย ส่วนอีกกลุ่มตัวอย่างหนึ่งที่ให้ยาหลอก (Placebo)
ป่วยเข้าโรงพยาบาล 14.1% และตายด้วยโควิด 8 ราย

ตอนนี้ราคาหุ้นของ Merck & Co ก็เลยสูงขึ้น 9.0% ในชั่วข้ามคืน ส่วนหุ้นวัคซีนตกกันเรียบ
หุ้น Moderna ตก 13.9%
หุ้น BioNTech ตก 13.7%
หุ้น Novavax ตก 18.4%
ส่วนหุ้น Pfizer ตก 2.3%

ถ้าผ่าน อย.และเอามาใช้ได้จริง ในอนาคตโควิดก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้วครับ เพราะมียารักษาที่มีประสิทธิภาพ เราจะได้ใช้ชีวิตปกติกันซักทีครับ”

ข่าวเด่นล่าสุด

อุตุฯ เตือน 47 จังหวัด ฝนตกหนัก กทม.ก็ไม่รอด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน!
โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อแตะหลักพัน เสียชีวิต 66 ราย