จับตา รัฐลุยฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 สร้างภูมิคนไทย! เตรียมเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจ

จับตา รัฐลุยฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 สร้างภูมิคนไทย! เตรียมเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจ

การแถลงรายวันของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ที่รายงานข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต และความคืบหน้าเรื่องการฉีดวัคซีน ก็ได้เห็นตัวเลขที่มีขึ้นมีลง อยู่ในกรอบผู้ติดชื้อรายใหม่เฉลี่ยประมาณวันละ 1.3 หมื่นคน ซึ่งในวันนี้( 23 ก.ยง) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,256 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 12,763 ราย ติดเชื้อจากเรือนจำ 478 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 15 ราย มีผู้เสียชีวิต 131 คน หายป่วยเพิ่มขึ้นอีก 13,829 ราย ยังรักษาอยู่ 128,367 ราย อาการหนัก 3,422 ราย ใส่เครี่องช่วยหายใจ 747 ราย

สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต อยู่ในกรุงเทพมหานคร 21 ราย จังหวัดปริมณฑลรวม 39 ราย ที่เหลือเป็นจังหวัดอื่นๆ ทั้งนี้มีเด็กวัยเพียง 2 เดือน เสียชีวิตด้วย 1 ราย ที่จังหวัดนนทบุรี โดยพบว่าเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด

ด้าน 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 2,456 ราย อันดับ 2 สมุทรปราการ 991 ราย อันดับ 3 ชลบุรี 743 ราย อันดับ 4 ยะลา 663 ราย อันดับ 5 ระยอง 549 ราย อันดับ 6 นครศรีธรรมราช 417 ราย อันดับ 7 นราธิวาส 403 ราย อันดับ 8 สงขลา 388 ราย อันดับ 9 สมุทรสาคร 350 ราย และอันดับ 10 ราชบุรี 323 ราย

หากพิจารณาแล้วพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันก็ยังอยู่ในอัตราเฉลี่ยหลัก 1.1 – 1.3 หมื่น คนต่อวัน ซึ่งตัวเลขกรุงเทพมหานคร ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 2.2-2.7 พันคนต่อวัน และเป็นต่างจังหวัดที่ปรับตัวเลขขึ้นหลักร้อยคนต่อเนื่อง ความหวังที่จะให้ตัวเลขต่ำกว่าหมื่นคนสิ้นเดือน กันยายน นี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันหนักอยู่เหมือนกัน

ตัวแปรหลักก็คงอยู่ที่การฉีดวัคซีน ซึ่งภาครัฐได้เร่งดำเนินการฉีด เพิ่มขึ้น 646,519 โดส สะสม 46,669,535 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 29,741,899 ราย คิดเป็น 41.3% ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 16,303,999 ราย คิดเป็น 22.6% ของประชากร และเข็มที่ 3 จำนวน 623,637 ราย

ขณะที่ ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ก็ได้มีการเปิดเผยผลการศึกษาล่าสุด การฉีดวัคซีนไขว้ พบว่า

การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าแล้วตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์ ได้ระดับภูมิคุ้มกันสูงสุด 2,259.9 หน่วยต่อมิลลิลิตร
การฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้วตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์ ได้ระดับภูมิคุ้มกันดีรองลงมาที่ 2,181.8 หน่วยต่อมิลลิลิตร
การฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้วตามด้วยวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ได้ระดับภูมิคุ้มกัน 1,049.7 หน่วยต่อมิลลิลิตร.

โดยผลการศึกษาสรุปได้ว่า การใช้วัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มแรก แล้วตามด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ เป็นเข็มที่ 2 สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี และการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มแรก ควรตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์ เป็นเข็มที่ 2
สำหรับการวัดผลภูมิคุ้มกันดังกล่าว เป็นการวัดผล anti-RBD IgG โดยเครื่อง Abbott และรายงานเป็นหน่วยมาตรฐาน BAU/mL ส่วนผลการวัดแบบ PRNT50 จะมีการรายงานต่อไป

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุว่า ไม่พบปัญหาเรื่องอาการข้างเคียงหลัง ฉีดเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ในระยะเวลาห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับวัคซีนเพื่อยืนยันภูมิคุ้มกันจากการศึกษานี้

ขณะที่ การฉีดวัคซีนบู๊สเตอร์ เข็ม 3 มีความชัดเจนมากขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กระตุ้นเข็ม 3 ให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็ม ทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ซึ่งจะมีระยะห่างที่กำหนด

โดยรอบนี้จะฉีดวัคซีนกระตุ้นให้กับผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม ในช่วงระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. และ พ.ค.2564 ส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับประชาชน การฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 กระทรวงสาธารณสุขถือฤกษ์วันมหิดล ซึ่งเป็นวันสำคัญของแวดวงสาธารณสุข ตรงกับวันที่ 24 ก.ย. จะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป็นต้นไป โดยเริ่มที่ศูนย์วัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ก็เตรียมความพร้อมเปิดให้ประชาชนฉีดวัคซีนเข็ม 3 แอสตร้าเซนเนก้า บูสเตอร์ให้คนฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม โดยจะเริ่มในวันที่ 24 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.เป็นต้นไป ผลจากการบู๊สเตอร์เข็ม 3 นี้ ก็จะทำให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคโควิด19 สูงขึ้น

ด้าน นพ.ยง ภู่วรวรรณ ที่ออกมาให้ข้อมูลสูตรการฉีดวัคซีนบู๊สเตอร์เข็มสาม ผ่านการโพสต์ข้อความ เกี่ยวกับสูตรการฉีดวัคซีน บู๊สเตอร์เข็มสาม เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของไวรัส covid-19 ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง การกระตุ้นภูมิต้านทานให้สูงขึ้นจึงมีความจำเป็น
นพ.ยง ได้โพสต์ว่า การฉีดวัคซีน มีทั้งการฉีดเบื้องต้นและกระตุ้น เช่น ไวรัสตับอักเสบบี จะให้เบื้องต้น 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน และกระตุ้นเข็มที่ 3 อีก 6 เดือนต่อมา ทำนองเดียวกัน วัคซีน covid 19 ถ้ามีการกระตุ้นเข็ม 3 ภูมิต้านทานจะสูงขึ้นมาก การให้วัคซีนเบื้องต้น 2 เข็ม เช่นเชื้อตาย เปรียบเสมือนให้ร่างกายรู้จักเหมือนการติดเชื้อ เมื่อกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิด virus vector หรือ mRNA กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูงมาก

งานวิจัยที่ศูนย์เชี่ยวชาญไวรัส จุฬา แสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย AstraZeneca หลังจากได้รับ Sinovac มาแล้ว 2 เข็ม ภูมิต้านทานสูงมาก และขัดขวางสายพันธุ์เดลต้าในการทดลอง และ มีระดับภูมิต้านทาน IgA ในเลือดสูงกว่าการให้เบื้องต้นอย่างมาก การตรวจในห้องปฏิบัติการ ภูมิที่สูงขึ้นสามารถขัดขวางสายพันธุ์ไวรัสเดลต้าได้ หลายประเทศมีการให้วัคซีนเข็ม 3 กันแล้ว ประเทศไทยให้เข็ม 3 ด้วยวัคซีนตามคุณสมบัติและการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค

ฉะนั้นแล้ว ความหวังของประเทศไทยที่ประชากรในประเทศที่ได้รับการฉัดวัคซีนจนสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ในการป้องกันโรคได้ เพื่อประเทศสามารถเปิดเมืองให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ แม้ว่าจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับหนึ่ง แต่ตัวเลขการป่วยหนัก ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือใส่ท่อช่วยหายใจ ก็จะลดลง และเน้นย้ำให้ประชาชนเข้มมาตรการในการดูแลตนเอง แบบนี้ก็ถือว่าเป็นอนาคตที่สดใส ที่คนไทยต้องเตรียมความพร้อมให้กับการเปิดเมืองให้การค้า การขาย การลุงทุนต่างๆ กลับมาเดินหน้าต่อไปได้

ข่าวเด่นล่าสุด

อุตุฯ เผยไทยฝนลดลงแล้ว 44จังหวัดยังต้องระวัง กทม.ร้อยละ 30 ของพื้นที่
โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อเฉียดหมื่นราย เสียชีวิตเพิ่ม71ราย