ศธ.สั่งโรงเรียนประชานุเคราะห์ทุกแห่ง ร่วมมาตรการSSS

“เลขาฯกพฐ.” สั่งโรงเรียนประชานุเคราะห์ทุกแห่งเข้าร่วมมาตรการSSS ป้องกันคลัสเตอร์โควิด ชี้หากเปิดเรียน On-site เด็กฉีดวัคซีนกับไม่ฉีด อาจมีมาตรการดูแลแตกต่างกัน

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ กพฐ. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีพบคลัสเตอร์ใหม่การระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียน ครู และนักเรียนกว่า 30 คน ติดเชื้อที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ส่วนคลัสเตอร์ใหม่ที่มีนักเรียน ครู ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 จังหวัดหนองคาย ป่วย กว่า 300 คน ได้เข้าไปควบคุมโรคเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนระบาดโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 จังหวัดหนองคาย ยังไม่ได้เข้าโครงการ Sandbox safety zone in school หรือ SSS ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.ได้ให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกแห่ง เข้าโครงการ SSS ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว เพื่อให้เปิดเรียนมั่นใจ ปลอดภัยไร้โควิด-19 เพราะการเปิดเรียนที่สถานศึกษา ภายหลังจากที่โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ SSS แล้ว ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีความเสี่ยง หรือเกิดเหตุพิเศษอะไรขึ้น ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ซึ่งก็จะเป็นแนวทางที่จะขยายผลไปยังโรงเรียนทั่วไป เพื่อให้เปิดเรียนที่โรงเรียนได้

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวด้วยว่า การที่โรงเรียนจะเปิดเรียนแบบ On-site หรือเรียนที่โรงเรียน สพฐ.ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าทุกคนจะต้องฉีดวัคซีนก่อนจึงจะมาเรียน On-site ได้ คนที่มาเรียน On-site คือคนที่สมัครใจฉีดวัคซีน แต่เวลามาโรงเรียนคนที่สมัครใจฉีดวัคซีน กับคนที่ไม่สมัครใจฉีด ก็อาจจะต้องมีมาตรการที่แตกต่างกันในการเข้าเรียน หรือการพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ แต่หากเปิดเรียน On-site แล้ว ผู้ปกครองไม่มั่นใจจะส่งลูกมาเรียนที่โรงเรียน จะให้ลูกเรียน On-line อยู่ที่บ้านเหมือนเดิมก็ได้

ส่วนพื้นที่ใดที่จะเปิดเรียน On-site ได้นั้น ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังทำแผนและมาตรการในการเปิดเรียนให้กับโรงเรียนพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัย เช่น โรงเรียนที่เด็กเดินทางไป-กลับ แต่อยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัยจะต้องทำอย่างไร หรือพื้นที่ปลอดภัยจะต้องปฏิบัติอย่างไร และกำหนดว่าควรจะมีนักเรียนต่อห้องจำนวนเท่าไหร่ เป็นต้น ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็มีความคิดตรงกับ สพฐ.ว่า ในแต่ละจังหวัดไม่ควรจะใช้มาตรการเดียวกันทุกโรงเรียน ควรจะยึด ตำบล หรืออำเภอ เป็นฐานในการพิจารณาว่าจะเปิดเรียนแบบ On-site หรือไม่

สำหรับความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน Pfizer ให้นักเรียน นักศึกษาที่มีอายุ 12 – 18 ปีบริบูรณ์ ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าวัคซีนจะเข้ามาทันตามแผนการฉีดแน่นอน ซึ่ง สพฐ.กำลังรอแบบฟอร์มให้ผู้ปกครองแสดงความยินยอมให้นักเรียนรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โดยระหว่างวันที่ 17 – 22 กันยายน เป็นช่วงที่โรงเรียน สถานศึกษา จัดประชุมรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงการฉีกวัคซีน ว่าจะมีผลดีและมีความปลอดภัยอย่างไร

ข่าวเด่นล่าสุด