“อัษฎางค์” ตั้งข้อสงสัยทำไม “ราชมงคลพระนคร” ต้องตัดชื่อราชมงคลออก!

"อัษฎางค์" ตั้งข้อสงสัยทำไม "ราชมงคลพระนคร" ต้องตัดชื่อราชมงคลออก!

“อัษฎางค์ ยมนาค” ตั้งคำถามสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวารซ้อนเร้นอะไรหรือไม่ จึงคิดเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยด้วยการตัดชื่อ”ราชมงคล” อันเป็นนามมงคลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งมีหมายความว่า “มหาวิทยาลัยอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา” ออกไป

เป็นเรื่องที่ทำให้คนจำนวนมากสงสัยเมื่อ อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามกับสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ที่จู่ ๆก็มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยเสนอตัดนาม “ราชมงคล” ออก โดย อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์ข้อความว่า สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวารซ้อนเร้นอะไรหรือไม่ ทำไมจะเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยด้วยการตัดชื่อ”ราชมงคล” อันเป็นนามมงคลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีหมายความว่า “มหาวิทยาลัยอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา” ออกไป

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อใหม่ให้วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ที่ได้รับการยกวิทยฐานะขึ้นเป็น “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” มีหมายความว่า “สถาบันเทคโนโลยีอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา” มหาวิทยาลัยจึงได้ถือเอาวันที่ 15 กันยายนของทุกปีเป็น”วันราชมงคล”

ขณะเดียวกัน สมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนครและสมาคมศิษย์เก่าช่างกลพระนครเหนือ ทำหนังสือคัดค้าน ร่าง พรบ.มหาวิทยาลัยพระนคร
โดยมีสาระสำคัญคือ ก่อนหน้านี้ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้จัดทำ ร่าง พรบ.มหาวิทยาลัยพระนคร และจัดทำประชาพิจารณ์ ในระหว่างช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2562 ซึ่งในครั้งนั้น ศิษย์เก่าทุกคณะได้ร่วมแสดงความเห็นคัดค้านอย่างกว้างขวาง แต่ต่อมาเรื่องก็เงียบไปโดยไม่ชี้แจ้งว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร

ในเวลาต่อมาสมาคมฯได้รับทราบว่า สภามหาวิทยาลัยฯ จะจัดให้มีการประชุมเพื่อขออนุมัติ ร่าง พรบ. มหาวิทยาลัยพระนคร (ฉบับ กค.๖๔) ในวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจะมีการเปลี่ยนชื่อจาก “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร“ เป็น “มหาวิทยาลัยพระนคร”
ซึ่งการตัดนาม “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล“ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นเป็นการมิบังควร

โดยสมาคมศิษย์เก่าอ้างว่า ศ.ดร.สุรพงษ์ โสธนะเสถียร นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่าง พรบ.ขึ้นมาเองโดยไม่ผ่าน กรรมการหรือผู้บริหารมหาวิทยาลัย และไม่สนใจต่อความเห็นต่างๆ จากการทำประชาพิจารณ์ ทั้งที่การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย โดยทิ้งคำว่า “ราชมงคล” ซึ่งเป็นชื่อพระราชทาน ให้เหลือเพียงชื่อ “มหาวิทยาลัยพระนคร” เป็นเรื่องที่มิบังควร

นอกจากจะมีการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะมีการเปลี่ยนชื่อ สถานศึกษาเดิมออกทั้งหมด เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร( ศูนย์พระนครเหนือ) เดิมคือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเหนือ โดยเมื่อร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ก็เปลี่ยนเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยคงชื่อ”ศูนย์พระนครเหนือ”เอาไว้ ซึ่งทำให้ศิษย์เก่าทุกสาขาประมาณ 60 รุ่น ยังมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย แต่ในร่าง พรบ.มหาวิทยาลัยพระนครนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร(ศูนย์พระนครเหนือ) จะถูกเปลี่ยนเป็น “วิทยาเขตกรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา”
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชื่อของ ศูนย์เทเวศร์ เป็น วิทยาเขตกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ / ศูนย์พณิชยการพระนคร เป็น วิทยาเขตกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ / ศูนย์พระนครเหนือ เป็น วิทยาเขตกรมหลวงสุขัยธรรมราชา

ทางสมาคมศิษย์เก่ากังวลว่าการเปลี่ยนชื่อ จะทำให้รากฐานความเป็นมาและความเชื่อมโยงของศิษย์เก่าถึงปัจจุบันขาดหายไป
และที่สำคัญคือสภามหาวิทยาลัยมีวารซ้อนเร้นอะไรหรือไม่ ทำไมต้องตัดชื่อ”ราชมงคล” อันเป็นนามมงคลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีหมายความว่า “มหาวิทยาลัยอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีทั้งศิษย์เก่า และประชาชน จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการตัดชื่อ”ราชมงคล” อันเป็นนามมงคลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ออกไป เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nok Nuanjan ระบุว่า เป็นศิษย์เก่าราชมงคลที่ร่วมลงชื่อคัดค้านการเปลี่ยนชื่อสถาบันโดยตัดคำว่าราชมงคลออกค่ะ พวกเราศิษย์เก่าราชมงคลภูมิใจกับนามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้และเห็นว่าไม่ควรเปลี่ยนหรือตัดคำว่าราชมงคลออกอย่างเด็ดขาด

ขอบคุณ : เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค

ข่าวเด่นล่าสุด

“ปลัดสธ.” เผยเตรียมพร้อม 5 ด้าน รองรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. ทั้งการควบคุมโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการ มาตรการ COVID Free Setting การรักษา ความพร้อมเวชภัณฑ์
กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศวันนี้ เตือนภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก!
สถานการณ์โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อลดลงต่ำกว่า 8 พันราย เสียชีวิตต่ำกว่าร้อย