“นพ.ธงชัย” แถลงหลังข้อมูลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ถูกแฮกเกอร์

"นพ.ธงชัย" แถลงหลังข้อมูลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ถูกแฮกเกอร์

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา นายแพทย์ธงชัย กีรติกัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์อนันต์ กนกศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีที่โรงพยาบาลเพรชบูรณ์ ถูกมิจฉาชีพแฮกข้อมูลผู้ป่วยในระบบเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นมาเพจใช้ชื่อว่า น้องปอสาม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

‘ไม่แน่ใจมีใครนำเสนอเรื่องนี้ยัง ตอนนี้เราไปสนใจเรื่อง พส กันหมด แต่เรื่องนี้ก็สำคัญ ข้อมูลคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุขโดนแฮก โดยมีการเรียกค่าไถ่ด้วย
เว็บไซต์ Raidforums.com ก่อนหน้าได้มีการ Hack พวกเว็บ e-commerce ขายของรายใหญ่ไปแล้ว คราวนี้ได้มี Hack และโพสต์ขายข้อมูลของคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุข โดยประกอบไปด้วย ข้อมูลผู้ป่วย – ที่อยู่ – โทรศัพท์ – รหัสประจำตัว – มือถือ – วันเดือนปีเกิด – ชื่อบิดา – ชื่อโรงพยาบาล – ข้อมูลแพทย์ทั้งหมด – ชื่อโรงพยาบาล – และรหัสผ่านทั่วไปของระบบโรงพยาบาลและข้อมูลที่น่าสนใจทั่วไป มีภาพตัวอย่างข้อมูลค่อนข้างละเอียดนะครับ ไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่’

โดยนายแพทย์ธงชัย กีรติกัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการแถลงข่าวโดยกล่าวว่า มีมิจฉาชีพทำการแฮกข้อมูลโรพยาบาลในเครือของกระทรวงสาธารณสุขจริง คือโรงพยาบาลเพรชบูรณ์ แต่ข้อมูลที่ถูกแฮกไปนั้น ไม่ใช่ข้อมูลหลักหรือข้อมูลสำคัญ แต่เป็นเพียงข้อมูลของผู้ป่วย ที่พบว่ามีรายชื่อของผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ถูกแฮกข้อมูลไปทั้งหมด 10,095 ราย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บไว้ในระบบสำรอง ส่วนข้อมูลหลักและข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยและโรงพยาบาลนั้นถูกเก็บแยกไว้ในระบบหลัก ซึ่งมิจฉาชีพไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนแอคเคาท์ และรหัสผ่านตลอด แต่ถึงอย่างไรทางศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศของกระทรวง จะต้องมีมาตรการและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก โดยการถูกแฮคข้อมูลในครั้งนี้ต่างจากการถูกมิฉาชีพแฮคข้อมูลที่โรงพยาบาลสระบุรี ในปี 3563 เพราะการแฮคข้อมูลของโรงพยาบาลสระบุรี เป็นการเรียกค่าไถ่ ด้วยวิธีปิดระบบข้อมูลไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าถึง แต่การแฮคข้อมูลของโรงพยาบาลเพรชบูรณ์ เป็นการแฮกข้อมูลเพื่อทำไปขายต่อ ซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้เรียบร้อยแล้ว และขอให้ทุกสำนักข่าวระวังเรื่องการนำเสนอข่าวข้อมูลที่ถูกแฮค เพราะอาจทำให้เข้าข่ายเผยแพร่ข้อมูลของทางราชการได้

ข่าวเด่นล่าสุด