“ทนายนกเขา” แนะปฏิรูปตำรวจได้แล้ว อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก

ทนายนกเขา แนะปฏิรูปตำรวจได้แล้ว อย่าปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำซาก มอง หากไม่มีคลิปออกมาเรื่องอาจเงียบ ชี้ สาวให้ถึง สรรพากร - แพทยสภา

นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) กล่าวถึง คดีสำคัญที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ว่า ถือเป็นคดีสำคัญ และสามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง นำไปสู่การขุดคุ้ย สะสางหลายเรื่อง เช่น ตรวจสอบการทำงานของตำรวจ การทำคดีแต่ละคดี การมีทรัพย์สินของตำรวจ ที่ไม่ปรากฏว่า ร่ำรวยมาจากอะไร หากจะอ้างจากสินบนนำจับรถยนต์ ประมาณ 300-400 คดี ก็ต้องไปดูว่า เป็นคดีจริงหรือไม่ หรือเป็นกระบวนการหาผลประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมาย ทำให้มีการล็อครถได้และนำไปสู่การประมูล จากนั้น ก็ได้สินบนนำจับ หากรถ 360 คัน ตีประมาณคันละล้าน ก็จะได้ถึง 360 ล้านบาท และต้องไปดูการแจ้งภาษีรายได้ของเขา เพราะทั้งหมดนั้นคือรายได้ นำเงินจากไหนมาซื้อบ้าน รถ และหากตามประเด็นในโซเชียล ที่ว่า ไม่มีเงินในบัญชี ไม่นำเงินเข้าบัญชี เพราะกลัวเรื่องภาษี ซึ่ง กรมสรรพากร ต้องขยับแล้ว และต้องดูลึกลงไปด้วยว่า ใครเป็นผู้สนับสนุน การเลื่อนตำแหน่งนั้นได้มาจากอะไร เป็นตั๋ว หรือเส้นจากใคร ต่อมาก็ต้องเป็นดูเรื่องของ แพทย์นิติเวช ซึ่งปกติหนังสือรับรองการเสียชีวิตนั้น จะเป็นประโยชน์ในทางทะเบียนราษฎร์มากกว่า แต่ครั้งนี้ซึ่งมีการลงว่า สันนิษฐานเสียชีวิตด้วยเมทแอมเฟตามีน ซึ่งลงความเห็นแบบนั้นได้อย่างไร แพทย์ใช้เวลาอยู่กับศพเท่าไร สภาพศพที่ส่งมาเป็นอย่างไร ได้ตรวจตามสภาพที่พบหรือไม่ว่า ผู้ตายเสพยาจริงหรือไม่ มีปริมาณมากพอทำให้เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า แพทย์ลงความเห็นด้วยตัวเอง หรือมีชี้แนะ และตรงนี้ก็จะมีผลในการชี้นำชันสูตรพลิกศพ ไม่ควรปล่อยผ่าน ต้องดูว่า จะมีการเอื้อกัน หรือ ทำด้วยความสุจริต ตนเห็นว่า แพทยสภา ควรต้องลงมาตรวจสอบ ส่วน พนักงานสอบสวน ก็ต้องสอบดูว่าใครเป็นผู้นำส่งและสภาพศพที่เห็นเป็นอย่างไร ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการล็อคผลทางนิติเวช

ส่วนประเด็นคลิปนั้น ตนเห็นว่า ถ้าไม่มีคลิป ไม่มีข่าวออกมา เรื่องนี้อาจจะเงียบ ส่วนผู้ตายนั้นก็ได้ทำการเผาไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พยานบุคคล หรือ บันทึกสภาพของผู้เสียชีวิต อีกทั้ง การแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ซึ่งจากเท่าที่ตนดูแล้ว อยากถามว่า ผู้ต้องหาได้รับการปฏิบัติแบบนี้ทุกคนหรือไม่ หากเทียบกับคนที่มอบตัว และตอนนี้ สังคมสงสัยว่า คดีนี้จะหนัก หรือเบา จะมีการช่วยกันหรือไม่ เรื่องนี้ต้องมีความรู้ประกอบ จะคาดเดาไม่ได้ ต้องใช้ความรู้ด้านกฎหมายประกอบด้วย

ทั้งนี้ ตนเห็นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะต้องปฏิรูปได้แล้ว อย่างน้อยก็มีประชาชน เห็นด้วยมากในช่วงที่มีการชุมนุมเมื่อปี 2557 ซึ่งตนได้ชูธงการปฏิรูปในการเคลื่อนไหว ชุดที่ทำการรัฐประหารในขณะนั้นก็เห็นด้วย ถึงแม้การปฏิรูปจะเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นองค์กรใหญ่ เมื่องวงการตำรวจเสียหาย ต้องเอาคดีนี้เป็นตัวอย่าง เพราะมีการเชื่อโยงกันหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การแต่งตั้ง ระบบส่วย เส้นสาย ต้องนำตรงนี้มาสะสาง วางระบบใหม่ ถือโอกาสนี้ทำเสีย ก็อาจจะฟื้นความรู้สึกการยอมรับของประชาชนได้ ตนเห็นว่า สมควรแก่เวลาแล้ว โดยจะปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน ซ้ำซากมานานแบบนี้ไม่ได้

ส่วนที่ว่า คดีจะพลิกหรือไม่นั้น กฎหมายก็จะมาดูที่การกระทำในครั้งแรกที่ทำให้เสียชีวิตก็คือ การขาดอากาศหายใจ ซึ่งรายงานของนิติเวช เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และต้องขอข้อมูล รวมทั้ง ต้องสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์และผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันให้ละเอียด

ส่วนในเรื่องระหว่าง 2 ทนาย นั้น ทนายนกเขา เห็นว่า ก็ฟังขึ้นทั้ง 2 คน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าตอบสนองกับผู้ร้องขอความเป็นธรรมหรือไม่ แต่ละคนก็มีข้ออ้างเหตุผลด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อมีการเปิดเผยคลิปออกมา ก็ทำให้มีการทำงานได้รวดเร็ว ชัดเจนขึ้น และการบอกว่า เปิดคลิปแล้ว ทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีนั้น ตนเห็นว่า หากคนมันจะหนี ก็คือหนี เพราะส่วนตัว ผกก.โจ้ เองก็เป็นตำรวจระดับ พ.ต.อ. พอมีคดีเกิดขึ้นกับตนเองแล้ว เขาต้องเกาะติดตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งตนฟังจากการให้สัมภาษณ์ก็พอจะรู้ พอมีคลิปโผล่ขึ้นมา ตนเห็นข้อดีมากว่าข้อเสีย

 

ข่าวเด่นล่าสุด

โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อยังแตะหลักหมื่น เสียชีวิต82ราย
โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อแตะหมื่นราย เสียชีวิตเฉียดร้อย
พายุ “คมปาซุ” ฉบับ 9 กรมอุตุฯเตือน ระวังฝนตกหนัก อีสานน่าห่วง!