สธ.แถลง “เดลตาสายพันธุ์ย่อย” ในประเทศไทย พบติดเชื้อแล้ว 7 ราย

สธ.แถลงพบเดลตาสายพันธุ์ย่อยในประเทศไทย ติดเชื้อแล้ว 7 ราย ชี้แตกหน่อมาจากสายพันธุ์หลักที่ระบาดอยู่แล้ว

วันนี้ ดร. วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงว่า จากฐานข้อมูลโควิดโลกหรือ GISAID (จิสเอด) พบว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย หรือเดลตา มีสายพันธุ์ย่อยอีก 27 สายพันธุ์ หรือเรียกสั้นๆว่า AY.1 ถึง AY.2 และพบในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยพบเดลตาสายพันธุ์ย่อย AY.4 ในผู้ติดเชื้อเขตปทุมธานี 4 คน ,เดลตาสายพันธุ์ย่อย AY. 6 พบในประเทศ 1 คน , เดลตาสายพันธุ์ย่อย AY.10 พบในเขตกรุงเทพมหานคร 1 คน และ เดลตาสายพันธุ์ย่อย AY.12 พบในเขตกรุงเทพมหานคร ย่านพญาไท 1 คน

สำหรับเดลตาสายพันธุ์ย่อยที่พบในประเทศไทยขณะนี้ จากข้อมูลพบว่า เป็นลูกหลานของเดลตาสายพันธุ์หลักที่ระบาดอยู่แล้วในประเทศไทย ซึ่งต้องควบคุมดูแลอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะหากเรามีสายพันธุ์ลักษณะแบบนี้ และไปเพิ่มจำนวนการระบาดอยู่ในท้องถิ่นจะต้องระมัดระวัง หากขยายตัวไปมากๆ จะเกิดอะไรขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบรรดาสายพันธุ์ย่อยของเดลตาที่พบ ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาตร์มากพอ ว่าดื้อกับวัคซีนมากกว่าสายพันธุ์หลักหรือน้อยกว่าสายพันธุ์หลัก

ส่วนเดลตาสายพันธุ์ย่อยทั้ง 4 สายพันธุ์ย่อยที่พบ จะมีโอกาพัฒนาเป็นสายพันธุ์หลักหรือไม่นั้น นายแพทย์ศุภกิจ ศิริรักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงว่า ต้องติดตามดู เรายังศึกษาตลอดเวลา อีกทั้งผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาย่อย อาการก็ไม่ได้รุนแรงขึ้น และไม่ได้แตกต่างจากผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาหลัก

ด้านภาพรวมการระบาดทั้งประเทศ ปัจจุบัน สายพันธุ์เดลตาระบาด 92.9% และพบทุกจังหวัด สายพันธุ์อัลฟ่า 5.8% และสายพันธุ์เบต้า 1.3% ส่วนในกรุงเทพมหานคร เดลตาระบาด 96.7% ที่เหลือเป็นเบต้า สำหรับในภูมิภาค เป็นสายพันธุ์เดลตา 85.2% สายพันธุ์อัลฟ่า 11% และสายพันธุ์เบต้า 3.8% ซึ่งสายพันธุ์เบต้ายังเหลือที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา รวมผู้ติดเชื้อ 29 ราย ซึ่งหากจำกัดวงได้ สายพันธุ์เบต้าก็จะหายไปจากประเทศไทย

ข่าวเด่นล่าสุด