ศบค. เคาะขยายล็อกดาวน์อีก 14 วัน ผ่อนปรนธนาคาร-สถาบันการเงิน เปิดในห้าง

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.เวลา 16.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.แถลง ถายหลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ว่า ในที่ประชุมศบค.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานการประเมินผลการดำเนินการและการคาดการณ์ การจะดำเนินการต่อไปจะต้องดูในสิ่งที่ดำเนินการมาและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่าเราได้มีการล็อกดาวน์เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการนำแบบจำลองมานำเสนอโดยเป็นการคาดการณ์ถึงเดือนธ.ค.2564 ว่า หากไม่มีมาตรการใดใดจะคิดว่าตัวเลขจะสูงขึ้นถึง 6-7 หมื่นรายในเดือนก.ย. แต่หากมีมาตรการล็อคดาวน์ ให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ( Work From Home) ปิดสถานที่เสี่ยง จะสามารถลดการแพร่ระบาดได้ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามาตรการดังกล่าวเข้มไปได้อีก 25 เปอร์เซ็นต์จะสามารถกดตัวเลขลงไปได้ในช่วงปลายเดือนก.ย.แต่ขณะเดียวกันในเดือนต.ค.หากมีการระบาดเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นไปได้ ส่วนในเรื่องการเสียชีวิตจะเห็นภาพเกิดการเสียชีวิตที่คล้ายกัน โดยตัวเลขจะไม่สูงมาก โดยเป็นการคาดการณ์ว่าหากเพิ่มมาตรการควบคุมต่าง ๆ จะสามารถควบคุมโรคได้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบ ตัวอย่างมาตรการการจำกัดพฤติกรรมเดินทางของกรุงเทพฯ และชลบุรี พบว่ามีในช่วงเดือนส.ค.เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีการล็อกดาวน์จะเห็นว่าได้รับความร่วมมือกับประชาชนในการลดการเดินทาง ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

111

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบ ข้อเสนอกระทรวงสาธารณสุขให้คงระดับพื้นที่ในสถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรและตามมาตรการเดิมตั้งแต่วันที่ 18-31 ส.ค. และเพิ่มมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อโดยใช้ ATKในกรุงเทพฯและปริมณฑล และแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติโดยเร็ว รวมถึงเน้นองค์กร ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด Work From Home ต่อเนื่องทั้งพนักงานของภาครัฐและภาคเอกชนที่จำเป็นต้องมาปฏิบัติงานให้มีการคัดกรองด้วย ATKทุกสัปดาห์เพื่อให้มีความพร้อมก่อนการคลายล็อกดาวน์ บริษัทห้างร้านต่างๆจะต้องเตรียมสถานที่แยกกักสำหรับหน่วยงานที่มีพนักงานเกิน 50 คนและเตรียมความพร้อมของพนักงาน บุคลากรในการติดตามและคัดกรองด้วย ATK

1

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการควบคุมเฉพาะสถานที่โรงงานและตลาดอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนโรงงานดูแลกลุ่มที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน โดยมาตรการป้องกันควบคุมในพื้นที่เฉพาะ (Bubble & Seal) เต็มรูปแบบ ขณะที่ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ จะต้องสุ่มตรวจผู้ค้าด้วยชุดตรวต ATK ทุกสัปดาห์และสุ่มตรวจผู้ที่ใช้บริการเป็นระยะ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เพื่อลดการเสียชีวิตจะมีมาตรการเร่งฉีดวัคซีน ให้ครอบคลุมวัคซีนกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และคนตั้งครรภ์ อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ในกรุงเทพฯ และ 70 เปอร์เซ็นต์ใน 12 จังหวัด และอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่อื่น รวมถึงเพิ่มอัตราการหมุนเวียนการรับผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง เพื่อลดผู้ป่วยที่รอคอยและอาการหนักในโรงพยาบาลไม่ให้ตกค้างในชุมชน และเร่งจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผู้ป่วยสีเขียว นอกจากนี้ การเพิ่มมาตรการและการจัดการขององค์กร สถานประกอบการสามารถตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ด้วยตัวเองได้โดยรัฐควรสนับสนุนให้มีการใช้โดยไม่เป็นภาระประชาชน เช่น จำหน่ายในราคาถูก และจัดหาได้ง่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเดิมที่มีอยู่ต่อไป รวมทั้งพิจารณาร่วมจัดทำ Thai Covid Pass ซึ่งเป็นเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศ เช่น การเดินทางไปร้านอาหารในห้องแอร์ สามารถเปิดบริการได้ สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ซึ่งในหลายประเทศได้มีการทำแล้ว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนการปรับมาตรการจำหน่ายสินค้าที่จำเป็น กิจการจำเป็นในห้างสรรพสินค้า เพื่อกระจายช่องทางการให้บริการและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดให้เปิดกิจการธนาคารและสถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้าไม่เกินเวลา 20.00 น.โดยมีมาตรการอย่างเคร่งครัด 26 ข้อตามที่สมาคมศูนย์การค้าไทยจัดทำไว้ ทั้งนี้ ในส่วนมาตรการอื่น ๆ ยังคงเดิมตามที่เคยกำหนดเมื่อครั้งที่แล้ว เช่น การออกนอกเคหสถาน การห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหาร เป็นต้น ส่วนเรื่องของการเปิดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในที่ประชุม ศบค.รับฟัง แต่กระทรวงสาธารณสุขมองว่า ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ยังสามารถที่จะใช้ทดแทนกันได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการครั้งต่อไปอาจจะมีการพิจารณาเข้ามาอีกรอบ หากมีความจำเป็น

2

3

ข่าวเด่นล่าสุด

อุตุฯ เตือน 47 จังหวัด ฝนตกหนัก กทม.ก็ไม่รอด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน!
โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อแตะหลักพัน เสียชีวิต 66 ราย