“อนุทิน” ลั่นไม่รู้เรื่องทำป้ายชื่อมอบวัคซีน ยืนยันตนไม่ได้เป็นผู้ไปมอบ แค่ไปเยี่ยมชาวบ้าน

"อนุทิน" ลั่นไม่รู้เรื่องทำป้ายชื่อมอบวัคซีน ยืนยันตนไม่ได้เป็นผู้ไปมอบวัคซีน แค่ไปเยี่ยมชาวบ้าน

วันนี้(8ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พร้อมทีมปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน(CCR ทีม) จำนวน 2 จุด ประกอบด้วย ชุมชนริมคลองสามเสน แขวงมักกะสัน เขตมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ และแฟลตแปลงจี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้ชักชวนให้ตนมาดูการทำงานของทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้ลงพื้นที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชนแออัด ซึ่งในวันนี้ใช้ชุดตรวจ Atigen Test Kit หากผลเป็นบวกจะรีบตรวจ RT-PCT โดยโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดโคราช แต่ถ้าผลเป็นลบทางเจ้าหน้าที่ก็จะรีบดำเนินการฉีดวัคซีนให้ เพราะดูแล้วประชาชนในชุมชนแออัดอาจจะเข้าถึงการจองคิวฉีดวัคซีนได้ยาก

uKv0CaYu 2

8c81pKB9 3

 

สำหรับในกรณีที่ตรวจพบเชื้อ แล้วไปรักษาตัวที่บ้าน แต่ไม่สามารถติดต่อหน่วยงานหลักได้นั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องแล้วและอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือแก้ไขหาทางออก พร้อมทั้งกำลังประสานกับทางกรุงเทพมหานคร

ส่วนกรณีมีข้อมูลว่าภายในกลางเดือนถึงสิ้นเดือนนี้อาจจะมียอดผู้ติดเชื้อประมาณ 25,000-27,000 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขจะรับมือไหวหรือไม่นั้น ยังไงก็ต้องคอยดูสถานการณ์และประเมินควบคู่กันไป เพราะมีผู้รักษาตัวจนอาการหายดี จำนวนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และ จำนวนการฉีดวัคซีนของผู้สูงอายุ 8 กลุ่มโรคเสี่ยง ทางเจ้าหน้าที่สามารถฉีดได้เกือบ 100% แล้ว คาดว่าหลังจากนี้สถานการณ์อาจจะดีขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณทีมแพทย์ ทีมแพทย์อาสาและแพทย์ชนบทที่ให้การช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีดราม่าป้ายชื่อของตนส่งมอบวัคซีนให้กับทีมแพทย์จังหวัดนครสวรรค์นั้น เบื้องต้นตนได้ชี้แจงในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งป้ายดังกล่าวก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ทำขึ้นมา ขอยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้ไปมอบวัคซีน แค่ไปเยี่ยมชาวบ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ เพราะมีประชาชนที่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะ จึงต้องระดมฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน

รวมทั้งจะต้องดูว่าวัคซีนไฟเซอร์ที่ส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนได้ฉีดครบแล้วหรือยัง โดยภาพรวมแล้วตนเดินทางไปให้กำลังใจทีมแพทย์และประชาชนในพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใดแอบแฝง ดังนั้นมันไม่ใช่นิสัยของตนอย่าไปหาเรื่องเลย

ๅ