ผู้บัญชาการตำรวจ สั่งล่าตัวมือยิงเจาะคอ “สิบตำรวจ” คุมม็อบเมื่อวันที่ 7 ส.ค.

ผู้บัญชาการตำรวจ สั่งล่าตัวมือยิงเจาะคอ "สิบตำรวจ" คุมม็อบเมื่อวันที่ 7 ส.ค.

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งดูแล “สิบตำรวจ”คุมม็อบ ถูกยิงเจาะคอเต็มที่ ล่าสุดถูกผ่าตัดเอากระสุนออก อาการปลอดภัย ขณะเดียวกันเมื่อตรวจสอบกระสุนพบเป็นกระสุนปืนขนาด .22 โฆษกตร.ชี้ขณะนี้กำลังเก็บพยานหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิด คลิปที่ถูกถ่ายขณะเกิดเหตุ ล่ามือลั่นไกมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยกับทีมข่าวถึงความคืบหน้าที่ ส.ต.ต.นิตินัย ครองสม ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชนกองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.22 เข้าท้ายทอย ว่า แพทย์ได้ดำเนินการผ่าในกระสุน ที่อยู่ในกล้ามเนื้อติดหลอดลมออก และยังคงพักรักษาอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอยู่ในการดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด

1

ในส่วนของการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิดคลิป ต่างๆที่ถ่ายในเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรมให้ได้มากที่สุดโดยจะนำไปแกะหาตัวมือปืนที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม นอกเหนือจาก ส.ต.ต.นิตินัย แล้ว ยังมี ส.ต.ต.ภานุเชษฐ์ ผิวอ่อน ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง ซึ่งยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่อาคารภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ

ส.ต.ต.ภัทรพงศ์ ศุภะรัชฏเดช ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กองบังคับการควบคุมฝูงชน ได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา ซึ่งได้ให้กลับไปพักรักษาตัวยังที่พัก

สำหรับในส่วนของการดูแลด้านสวัสดิการต่างๆ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายอย่างเต็มกำลังความสามารถ และในเรื่องของกรณีข้าราชการตำรวจที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการปฏิบัติหน้าที่นั้น สำหรับในเรื่องนี้ให้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องของการรักษาพยาบาลรวมถึงการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และให้ผู้บังคับบัญชาไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่กำลังพลในสังกัด